ผู้บริหาร  

Head1 

นายจรินทร์  คงศรีเจริญ

ผู้อำนวยการ

โครงการชลประทานเชียงใหม่

   

ชลประทานเชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์น้ำ ในรายการผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่พบประชาชน

รายละเอียด

ชลประทานเชียงใหม่ ร่วมแถลงข่าวสถานการณ์น้ำ ในรายการผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่พบประชาชน

วันอาทิตย์ที่ 11 ตุลาคม 2563 นายจรินทร์ คงศรีเจริญ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานเชียงใหม่ มอบหมายให้ นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม โครงการชลประทานเชียงใหม่ เข้าร่วมแถลงข่าวถึงสถานการณ์น้ำในช่วงปลายฤดูฝน ในรายการผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่พบประชาชน โดยมีนายรัฐพล นราดิศร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เข้าร่วมการแถลงข่าวถ่ายทอดสด สำนักงานประชาสัมพันธ์เขต 3 กรมประชาสัมพันธ์ จังหวัดเชียงใหม่

นายเกื้อกูล มานะสัมพันธ์สกุล หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรม โครงการชลประทานเชียงใหม่ กล่าวว่า สำหรับในปีนี้ลมหนาวเริ่มมาเยือนแล้ว มรสุมต่างๆ ก็เริ่มลงไปอยู่ทางโซนใต้ ฝนจะน้อยลงอย่างต่อเนื่อง โอกาสเกิดฝนในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ตามการคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาภาคเหนือพบว่ามีประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ แต่ว่าน้ำที่ไหลในลำน้ำธรรมชาติ ที่ลำน้ำปิง เขตพื้นที่อำเภอเชียงดาว มีน้ำไหลวันละประมาณ 4 แสน ลบ.ม. ไหลลงมาถึงอำเภอแม่ริม และมีมากขึ้นเพราะมีแม่น้ำหลายสายไหลมารวมกันก่อนที่จะเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ เช้านี้วัดที่สถานนวรัฐ มีน้ำไหลเข้าเมืองเชียงใหม่ ประมาณ 1.8 ล้าน ลบ.ม. ถือได้ว่ามีปริมาณน้ำในลำน้ำแม่ปิงมากกว่าปี 2562 เปรียบเทียบในช่วงเวลาเดียวกัน ในปี 2562 ที่ผ่านมามองว่าสถานการณ์จะแล้ง แต่สถานการณ์น้ำในปีนี้ดีกว่าถึง 42 เปอร์เซ็นต์ น้ำที่จะไหลลงสู่เขื่อนภูมิพล วันนี้ซึ่งมีน้ำแม่แจ่มมารวมด้วย โดยทำการตรวจวัดในพื้นที่อำเภอฮอด มีน้ำไหลลงสู่เขื่อนภูมิพลประมาณ 8 ล้าน ลบ.ม.ต่อวัน

เมื่อมองถึงสถานการณ์ในการกักเก็บน้ำของจังหวัดเชียงใหม่ มีเขื่อนขนาดใหญ่ คือ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล อำเภอแม่แตง มีตัวเลขประมาณ 140 ล้าน ลบ.ม. เมื่อเทียบปีที่ผ่านมาในห้วงเวลาเดียวกัน จะมีน้ำน้อยกว่าประมาณ 8 ล้าน ลบ.ม. สำหรับเขื่อนแม่กวงอุดมธารา อำเภอดอยสะเก็ด ปีที่ผ่านมามีน้ำอยู่ประมาณ 70 - 80 ล้าน ลบ.ม. แต่ในปีนี้มีน้ำอยู่ประมาณ 100 กว่าล้าน ลบ.ม. เมื่อนำน้ำสองเขื่อนมารวมกันเพื่อหล่อเลี้ยงคนเชียงใหม่ในช่วงฤดูแล้ง จะมีน้ำมากกว่าปีที่ผ่านมา หรือหากเทียบก็ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา โดยทั้งสองเขื่อนนี้ทางโครงการชลประทานเชียงใหม่ได้ใช้ยุทธศาสตร์ เก็บกักน้ำให้มากที่สุด หากมีน้ำเกินหลัก 100 ล้าน ลบ.ม. ในตอนนี้ จะมีน้ำหล่อเลี้ยงลงไปในแม่น้ำปิง และให้ชาวเชียงใหม่ได้ใช้ทำประโยชน์ ก็สามารถรอดพ้นจากภัยแล้งได้ ในลำน้ำปิง 1- 2 ปีที่ผ่านมา ถือได้ว่าโชคดีอย่างมาก เพราะมีอาคารควบคุมน้ำที่ประตูระบายน้ำป่าแดด ก็ได้สร้างประตูระบายน้ำแม่สอย ที่อำเภอจอมทอง และประตูน้ำฝายวังปาน และประตูระบายน้ำดอยน้อย ซึ่งประตูระบายน้ำปัจจุบันสามารถกักเก็บน้ำเท่ากับอ่างเก็บน้ำขนาดกลางประมาณ 5 แห่ง รวมปริมาณน้ำได้ประมาณ 20 ล้าน ลบ.ม. น้ำในช่วงนี้ก็จะปล่อยน้ำให้พี่น้องเกษตรกรได้นำไปใช้ก่อน ดังนั้น ในปีนี้เทศกาลลอยกระทง น้ำเต็มตะลิ่งแน่นอน

สำหรับในปี 64 น้ำอุปโภคบริโภคต้องมีเพียงพอก่อน ซึ่งทางชลประทานมั่นใจว่าจะส่งน้ำดิบไปให้สถานีสูบน้ำเพื่อการทำการผลิตน้ำประปาทุกแห่งในจังหวัดเชียงใหม่เพียงพอแน่นอน และน้ำที่จะใช้ในการรักษาระบบนิเวศน์ จะต้องหล่อเลี้ยงแม่น้ำไว้ เพื่อไม่ให้เกิดสภาวะน้ำแห้งจนเดินข้ามแม่น้ำได้ เหมือนในปี 2559 เพื่อป้องกันไม่ให้สัตว์น้ำตาย ระบบนิเวศน์เสียหาย ก็มีการเตรียมสำรองน้ำไว้ป้องกันเรื่องนี้แล้ว ส่วนน้ำที่จะนำไปสนับสนุนคลองแม่ข่าก็เตรียมไว้แล้วเช่นกัน หลังจากนั้นก็จะมาดูน้ำเพื่อการเกษตร ซึ่งในปี 2563 ก็ได้เริ่มแล้วในการขอความร่วมมือจากเกษตรกรลดการปลูกข้าวนาปรังในปี 2564 ในปีที่ผ่านมามีการปลูกมากกว่า 1 แสนไร่ ในช่วงฤดูแล้งต้องยอมรับว่า สถานที่ไหนที่มีน้ำและปลูกข้าวได้ราคาข้าวจะสูง เฉลี่ย 1 ไร่จะได้ราคา 4 - 5,000 บาท แต่ก็ใช้น้ำจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องมีการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง ขณะที่ไม้ผล โดยเฉพาะลำไย ไม่ว่าจะแล้งมากหรือน้อยก็ต้องหาน้ำมาให้เกษตรกร ซึ่งในปี 2563 ได้เก็บกักน้ำไว้ให้สถานีสูบน้ำกว่า 80 สถานี ได้ดำเนินการ ก็ได้เตรียมแผนรองรับไว้แล้ว หากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินเร่งด่วน ก็มีการเตรียมเครื่องสูบน้ำไว้แล้ว 50 กว่าเครื่อง เพื่อนำมาช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน เมื่อมองภาพรวมว่าจะผ่านพ้นภัยแล้งไปได้อย่างไรในปี 2564 ให้มองย้อนกลับไปในปี 2562/63 ว่าผ่านมาได้อย่างไร ก็จะใช้หลักการเดียวกันในการบริหารจัดการน้ำ ในส่วนสุดท้ายของการบริหารจัดการน้ำ คือ น้ำเพื่อเทศกาลสงกรานต์ ก็มีการเตรียมไว้ พร้อมแจ้งถึงอำเภอทุกแห่งว่า แหล่งน้ำของชลประทานจังหวัดเชียงใหม่ทุกแห่ง ทางอำเภอสามารถขอพิกัดมาได้ เช่น การนำน้ำไปดับไฟป่า และอยากทราบว่ามีแหล่งน้ำอยู่จุดใดบ้าง ก็สามารถขอพิกัดเพื่อเข้าถึงแหล่งน้ำได้ ทางโครงการชลประทานจังหวัดเชียงใหม่เตรียมข้อมูลไว้ทั้งหมดแล้ว และจะส่งมอบข้อมูลดังกล่าวให้กับสำนักงานจังหวัดเชียงใหม่ อำเภอใดต้องการพิกัดก็ติดต่อได้ ก็จะได้ทราบทั้งปริมาณน้ำที่มีอยู่ ความลึกของอ่างเก็บน้ำ และจะได้ทราบว่าเมื่อใช้เฮลิคอปเตอร์ดับไฟป่า สามารถลงไปตักน้ำในพื้นที่ดังกล่าวได้หรือไม่ ก็จะทำให้เกิดความสะดวกต่อการปฏิบัติหน้าที่ได้มากขึ้น

   

Share website  

   
© StoneSoft